เว็บบอร์ด
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นต้องการสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่ หรือเข้าระบบ คลิกที่นี่
ปรารภความเพียรในทุกกิจวัตรประจำวัน (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
โพสโดย
สิบหก
ธรรมโอวาท
ของ
พระโพธิญาณเถร
(หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี




สมัยก่อนอาตมาไปอยู่เหนือ ไปอยู่กับพระหลายองค์ 
พระแก่ๆ แบบหลวงพ่อหลวงตา ๒-๓ พรรษา 
ผมนั้น ๑๐ พรรษาแล้ว อยู่กับพวกคนแก่ก็ตั้งใจปฏิบัติเลย 
รับบาตร ซักจีวร เทกระโถน สารพัดอย่าง 
ไม่ได้คิดว่าอันนี้ทำให้องค์นั้น ไม่ได้คิด ทำข้อปฏิบัติของเรา 
ใครไม่ทำเราก็ทำ เป็นกำไรของเรา เป็นเรื่องสบายใจ ภูมิใจ


ถึงวันอุโบสถ เราก็รู้จัก เราเป็นพระหนุ่มไปจัดโรงอุโบสถ 
ตั้งน้ำใช้น้ำฉันสารพัดอย่าง สบาย พวกนั้นไม่รู้จักกิจวัตรก็เฉย 
เราก็ไม่ว่าเขาเพราะเขาไม่รู้จัก อันนี้เรามาปฏิบัติ เราทำแล้วก็ภูมิใจ 
ถึงเวลาห่มผ้าเดินจงกรม...สบาย มันภูมิใจเหลือเกิน มันดี มันมีกำลัง

ข้อวัตรทั้งหลายมีกำลังมาก ที่ไหนในวัดที่จะทำได้ 
ไม่ว่าจะเป็นในกุฏิของเรา ในกุฏิคนอื่นก็ดี ที่มันสกปรกรกรุงรัง ทำเลย
ไม่ต้องทำให้ใคร ไม่ต้องทำเอาหน้าเอาตาจากใคร 
ทำเพื่อข้อปฏิบัติของเรา กวาดกุฏิ กวาดเสนาสนะให้มันสะอาด 
ถ้าเราทำเช่นนี้ ก็เหมือนเรากวาดของสกปรกออกจากใจของเรา 
เพราะเราเป็นผู้ปฏิบัติ อันนี้ให้มันมีอยู่ในใจของพวกเราทุกคน
 

ความสามัคคีนั้นไม่ต้องเรียกร้องหรอกเป็นเลย 
ให้มันเป็นธรรมมะ สงบระงับ พยายามทำใจให้มันเป็นอย่างนั้น 
ไม่มีอะไรมันจะมาขัดแย้งเรา อะไรที่เป็นงานหนักงานหนาช่วยกันทำ 
ถ้าเราช่วยกันทำ ไม่นานหรอกก็เสร็จ

ช่วยกันง่ายๆ แล้วก็แล้วไป มันดีที่สุด 

อาตมาก็เคยพบเหมือนกัน แต่ว่าอาตมามีกำไร 
คือไปอยู่ด้วยกันมากๆ ทั้งพระทั้งเณร 
“เอ้า วันนี้ย้อมผ้ากันนะ” ย้อมผ้า เราไปต้มแก่นขนุน 
มีพระบางองค์ให้เพื่อนต้มแก่นขนุน 
เสร็จแล้วก็เอาผ้ามาชุบๆ ย้อมแล้วก็หนีไปตากผ้า 
อยู่กุฏินอนสบาย ไม่ต้องต้มแก่นขนุน ไม่ต้องมาล้างหม้อ 
ไม่ต้องจัดทำอะไร เขานึกว่าเขาสบาย เขาดี อันนั้นคือโง่ที่สุด 
แล้วสร้างความโง่ใส่ตัวเอง เพราะเขาไม่ได้ทำ เพื่อนเขาทำ
ถึงเวลาไม่ต้องทำอะไรเลย ง่าย นี่ยิ่งเพิ่มความโง่ขึ้น 
ดูเถอะอันนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์แก่เขาเลย นี่คือความคิดของคนโง่ 

กิจที่จะต้องทำก็ไม่ทำ คือถ้าไม่ทำได้ละเป็นดีที่สุด 
นั่นแหละมันโง่ที่สุด 
ถ้าเรามีความเห็นอย่างนั้นในใจอยู่ เราอยู่ไม่ได้


ฉะนั้น จะพูดอะไร จะทำอะไร ก็ให้รู้สึกว่าเรามาทำอะไรที่นี้ 
อยากกินดี นั่งดี นอนดี อะไรทั้งหลายนั้นไม่ได้ 
ที่เรามาทำอะไร ถ้าเราคิดอย่างนี้อยู่เสมอ มันก็จะผูกใจเราตลอดเวลา 
ไม่เผลอ ผูกใจเสมอ แม้ท่านจะยืนอยู่ ท่านก็จะปรารภความเพียร 
จะเดินอยู่ก็ปรารภความเพียร จะนอนอยู่ก็ปรารภความเพียร


ถ้าไม่ได้ปรารภความเพียร ไม่ได้เป็นอย่างนั้น 
นั่งอยู่ก็นั่งในบ้าน เดินก็ไปเดินในบ้าน จะไปเล่นอยู่ในบ้าน 
เล่นกับประชาชนเขา ใจมันไปอย่างนั้น 
ไม่ได้ปรารภความเพียร ไม่ได้หักห้ามใจของเราอีกเสียด้วย 
ก็ยิ่งปล่อยมันไปตามลมตามอารมณ์ นี่เรียกว่าตามอารมณ์ 
ก็เหมือนเด็กในบ้าน เราไปตามใจมัน มันจะดีไหม 
พ่อแม่ตามใจเด็กในบ้านมันจะดีไหม ถ้าไปตามใจมันตั้งแต่เป็นเด็ก 
พอมันรู้ภาษาเขาก็จะเฆี่ยนมันเท่านั้นแหละ กลัวมันจะโง่ 

การฝึกจิตของเราก็ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องรู้จักตัว รู้จักฝึกจิตของเรา 
ถ้าเราไม่รู้จักฝึกจิตของตัวเอง จะคอยคนอื่นมาฝึกให้ 
ลำบากมาก ลำบากมากทีเดียวนะ
โพสโดย : สิบหก
IP : 1.1.131.238
โพสเมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2557,16:54 น.
สมาชิกล็อกอินเข้าระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ชื่อล็อกอิน:
รหัสผ่าน: